
ออกแบบบ้านให้อยู่ร่วมกับธรรมชาติ ใช้ชีวิตให้มากที่สุดเท่าที่พื้นที่จะทำได้
บ้านที่ดี ไม่จำเป็นต้องใหญ่ที่สุด หรือหรูที่สุดเสมอไป
แต่ควรเป็นบ้านที่ทำให้คนอยู่รู้สึกสบาย ผ่อนคลาย และเชื่อมโยงกับธรรมชาติรอบตัวได้มากที่สุดเท่าที่พื้นที่จะเอื้อให้ทำได้
แนวคิด A House That Lives With Nature ไม่ได้หมายถึงการปลูกต้นไม้เยอะ ๆ เพียงอย่างเดียว แต่คือการออกแบบบ้านให้แสง ลม วัสดุ พื้นที่ภายใน และบรรยากาศโดยรวมทำงานร่วมกันอย่างพอดี
จากภาพตัวอย่าง จะเห็นว่าพื้นที่ภายในบ้านถูกออกแบบให้มีความอบอุ่น เปิดรับแสงธรรมชาติ มีช่องเปิดเชื่อมต่อกับภายนอก ใช้วัสดุโทนธรรมชาติ และจัดวางพื้นที่ให้รู้สึกโปร่ง ไม่อึดอัด ทั้งหมดนี้ช่วยให้บ้านไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่พักผ่อนที่ทำให้ชีวิตประจำวันดีขึ้น
สำหรับ Block Space การออกแบบบ้านและงานก่อสร้างควรเชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้น เพื่อให้บ้านสวย ใช้งานได้จริง และตอบโจทย์การใช้ชีวิตในระยะยาว ไม่ใช่แค่สวยในภาพ แต่ต้องอยู่ได้ดีจริงในทุกวัน
บ้านที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติ เริ่มจากการเข้าใจพื้นที่จริง
การออกแบบบ้านให้อยู่ร่วมกับธรรมชาติ ไม่สามารถเริ่มจากภาพสวยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการเข้าใจพื้นที่จริงก่อน
บ้านตั้งอยู่ทิศไหน
แสงแดดเข้าช่วงเวลาใด
ลมพัดจากด้านไหน
พื้นที่ภายนอกเชื่อมกับภายในได้อย่างไร
มีมุมไหนที่ควรเปิดรับวิว
และมีมุมไหนที่ควรป้องกันความร้อน
รายละเอียดเหล่านี้มีผลกับความสบายของบ้านโดยตรง เพราะบ้านที่คิดเรื่องธรรมชาติอย่างรอบคอบ จะช่วยให้ภายในบ้านโปร่งขึ้น สว่างขึ้น และรู้สึกน่าอยู่มากขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งการตกแต่งมากเกินไป
แสงธรรมชาติ ทำให้บ้านดูมีชีวิต
หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของบ้านที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติ คือแสงธรรมชาติ
แสงที่เข้ามาในบ้านอย่างพอดี ช่วยให้พื้นที่ดูอบอุ่น มีมิติ และลดความรู้สึกอึดอัดของพื้นที่ภายในได้ดี โดยเฉพาะพื้นที่นั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร หรือมุมพักผ่อนที่ต้องการบรรยากาศผ่อนคลาย
แต่การเปิดรับแสงไม่ได้แปลว่าต้องเปิดกระจกเยอะทุกด้าน เพราะหากวางตำแหน่งผิด อาจทำให้บ้านร้อน แสงจ้าเกินไป หรือใช้งานบางพื้นที่ไม่สบาย
การออกแบบที่ดีจึงต้องเลือกจุดเปิดรับแสงให้เหมาะกับทิศทางของบ้าน รวมถึงเลือกวัสดุ ม่าน ช่องเปิด หรือกันสาดให้ช่วยควบคุมแสงได้อย่างเหมาะสม
ลมและการระบายอากาศ ช่วยให้บ้านอยู่สบายขึ้น
บ้านที่อยู่สบายไม่ควรพึ่งเครื่องปรับอากาศเพียงอย่างเดียว แต่ควรมีการออกแบบให้ลมสามารถไหลเวียนได้ดีเท่าที่พื้นที่จะทำได้
การวางช่องเปิด การกำหนดตำแหน่งประตู หน้าต่าง และการเชื่อมต่อพื้นที่ภายในกับภายนอก ล้วนมีผลต่อการระบายอากาศของบ้าน
บ้านที่ลมถ่ายเทดี จะช่วยลดความอับ ลดความร้อนสะสม และทำให้บรรยากาศภายในบ้านรู้สึกสดชื่นขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่อยู่อาศัยที่ต้องใช้งานตลอดวัน